นักเขียนกับบล็อกเกอร์ อัศจรรย์แห่งความเหมือนที่แตกต่าง

นักเขียนกับบล็อกเกอร์ อัศจรรย์แห่งความเหมือนที่แตกต่าง

เคยนึกสงสัยกันไหมครับว่านักเขียนกับบล็อกเกอร์นั้นต่างกันยังไง ?

คำถามนี้เกิดขึ้นมาเนื่องจากผลิตผลของยุคสมัยที่เปลี่ยนไป   จากการเขียนด้วยหมึกลงในหน้ากระดาษ  ไปสู่การพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด  จนมาสู่ยุคการพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์หรือจากอุปกรณ์ไอทีอย่างมือถือหรือแท็ปเล็ต

รูปแบบการนำเสนอก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน  จากหนังสือเล่ม สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆไปสู่ ebook email e-magazine website social media aplication และก็ e อะไรต่อมิอะไรอีกนับไม่ไหว

..นักเขียนกับบล็อกเกอร์แตกต่างกันที่อุปกรณ์หรือแพล็ตฟอร์มที่นำเสนอเท่านั้นหรือ ??

ในบทความนี้ผมจะมาตั้งข้อสังเกตระหว่างนักเขียนกับบล็อกเกอร์ว่าทั้งสองอาชีพนี้มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง หรือท่านมีความคิดเห็นอย่างไร ?


อ่านเพิ่ม > อะไรคือความแตกต่างระหว่าง นักเขียนกับบล็อกเกอร์

นิยามนักเขียน

นักเขียนคือผู้ที่ประกอบอาชีพในทางขีดเขียน  ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนมือสมัครเล่น หรือนักเขียนมืออาชีพก็เรียกว่านักเขียนเหมือนกัน  (นักเขียนที่มีผลงานเป็นหนังสือเล่มมักใช้คำว่านักประพันธ์)

นักเขียนสามารถทำงานได้หลากหลายเช่น scriptwriter  copywriter  ghostwriter  content writer

โดยปกติแล้วนักเขียนคือผู้ที่รับจ้างเขียนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  ต่างจากบล็อก
เกอร์…

แล้วบล็อกเกอร์ล่ะเป็นอย่างไร ?


นิยามบล็อกเกอร์

บล็อกเกอร์หรือคนเขียนบล็อกเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่เป็นมากกว่าการเขียน  นักเขียนนั้นแค่เขียนต้นฉบับส่งให้ editor แล้วส่งให้บรรณาธิการพิจารณาถ้าผ่านก็ได้ตีพิมพ์  ภาพประกอบหรือการทำตลาดก็เป็นเรื่องของสำนักพิมพ์ดำเนินการ

แต่บล็อกเกอร์เป็นมากกว่านั้น !

บล็อกเกอร์อาจไม่ได้มาจากนักเขียนโดยตรง   ..นักพูด  ช่างภาพ  นักดนตรี  หรืออาชีพไหนๆก็สามารถเป็นบล็อกเกอร์ได้

ที่สำคัญบล็อกเกอร์นั้นมีความสามารถแบบ multitasks หรือมีความสามารถรอบด้าน   เช่น เขียนคอนเทนท์  ถ่ายรูป  แต่งรูป  SEO  motion-graphic  VDO  ซึ่งนักเขียนนั้นไม่มีความถนัดแบบนั้น   ถ้าใครมาถามผมๆก็จะบอกว่าผมเป็นบล็อกเกอร์  ซึ่งที่จริงผมก็ทำงานเขียนทั้ง ebook  ghostwriting  freelance ด้วยเหมือนกัน


อะไรที่เหมือนกัน

บล็อกเกอร์นั้นบางท่านอาจไม่ใช่นักเขียนอาชีพ เลยต้องกลายมาเป็นนักเขียนแบบตกกระไดพลอยโจน  จุดนี้เลยทำให้งานเขียนบล็อกบางครั้งก็มีมาตรฐานที่ค่อนข้างต่ำ  โชคดีของบล็อกเกอร์ที่เขาเหล่านั้นมีจุดแข็งที่นักเขียนไม่มี

จุดแข็งที่ว่านั้นคืออะไร ??

จุดที่เหมือนกันของนักเขียนกับบล็อกเกอร์ก็คือการได้สร้างสรรค์งานผ่านตัวหนังสือ  บล็อกเกอร์รู้ว่าถึงแม้เขาไม่สามารถดัดแปลงถ้อยคำให้สวยงามได้เท่ากับนักเขียน  แต่เขารู้ว่าจะสร้างคอนเทนท์ยังไงให้คนชื่นชอบ เขียนแบบไหนให้ได้อยู่บนหน้า 1 กูเกิ้ล นี่คือจุดแข็งของบล็อกเกอร์…..

บล็อกเกอร์ทำการตลาดได้เก่งกว่านักเขียน…….


อะไรที่แตกต่าง

สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในความแตกต่างก็คือ นักเขียนขายผลงานเขียน  ส่วนบล็อกเกอร์นั้นใช้การเขียนบล็อกเพื่อส่งเสริมการขายหรือสร้างภาพลักษณ์

นักเขียนต้องรู้ซึ้งรู้จริงในสิ่งที่เขียน การเขียนหนังสือหนา 200 หน้านั้นใช้เวลาไม่น้อยว่าสามเดือน   บล็อกเกอร์นั้นต้องรู้ตลาด คอนเทนท์ใดบ้างเขียนแล้วโดน คีย์เวิร์ดไหนเป็นคีย์เวิร์ดทำเงิน 

บล็อกเกอร์ถูกสร้างมาเพื่อให้แก่ปัญหา ในขณะที่นักเขียนถูกสร้างมาเพื่อตั้งคำถาม


ความสำคัญของทั้งหมดคืออะไร

สิ่งที่แปลกคือนักเขียนกับบล็อกเกอร์ทำงานเขียนเหมือนกันก็จริง แต่ก็เหมือนอยู่กันคนละซีกโลก  นักเขียนหมกมุ่นกับตัวหนังสือเพื่อให้ออกมาประทับใจผู้อ่านมากที่สุด  บล็อกเกอร์หมกมุ่นกับตัวหนังสือเหมือนกันเพื่อให้มีคนติดตามเพิ่มขึ้น

การเขียนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการทำบล็อก

ในขณะที่พื้นที่งานเขียนสิ่งพิมพ์น้อยลงทุกที  นักเขียนบางส่วนก็ได้ปรับตัวกับสื่อดิจิตอล  เขียน ebook(self publishing)  สร้าง blog  สร้างตัวตนใน social media

นักเขียนที่สามารถเป็นบล็อกเกอร์ได้ย่อมได้เปรียบ  หากเขาใช้ความพยายามเอกอุในการเขียนหนังสือเขาย่อมสามารถทำสิ่งต่างๆที่บล็อกเกอร์ทำได้


และเราจะนิยามตัวตนว่าอย่างไร

ทุกท่านก็คงมีคำถามในใจเหมือนผมใช่ไหมครับว่า  และเราจะนิยามตัวตนว่าอย่างไร ?

จะเป็นบล็อกเกอร์หรือนักเขียน มันก็สุดแล้วแต่ท่านจะเลือกครับ  ในความเห็นของผมถ้าท่านรักการเขียนจริงๆไม่ว่าจะเขียนลงบนสื่อไหนท่านก็คงหาความสุขได้  นักเขียนมืออาชีพสามารถปรับตัวได้หากโลกนี้ยังรังสรรค์ได้ด้วยตัวอักษรครับ

ผมมีความสุขที่ได้เขียนบล็อกโพสต์ เช่นเดียวกับได้รับจ้างเขียนบทความ หรือเขียนหนังสือ   ท่านผู้อ่านสามารถเป็นได้ทั้งสองอย่างครับเหมือนคนที่ฝึกใช้มือขวาและซ้ายได้ถนัดพอๆกัน ย่อมได้เปรียบฉันใดก็ฉันนั้นครับ  

แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้า วันนี้หวังว่าท่านจะสนุกและได้สาระบ้างไม่มากก็น้อย  ขอบคุณที่ติดตามครับ



เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก Blogging ‘vs.’ Writing: Why the Weird Reputation?

Credit
ภาพโดย Manuel Manteiga

Leave a Comment