เขียนบล็อก

เริ่มเขียนบล็อกอย่างไร ให้สนุกและมีสาระ

บล็อกที่เพิ่งเริ่มสร้างนั้นแม้จะดูดีด้วยการใช้ธีมตกแต่งราคาแพง  แต่ยังไงก็ตามก็ยังขาดเนื้อหาข้างในอยู่มาก การจะเพิ่มเนื้อหาอย่างหนึ่งก็คือการ เขียนบล็อก  บทความที่เพิ่มขึ้นทุกสัปดาห์เหล่านี้จะไปช่วยในเรื่องของจำนวนผู้เข้าชม หรือเพิ่มยอดขายให้กับบล็อกอย่างเป็นธรรมชาติ 

ในบทความนี้ผมจะมาบอกคุณถึงวิธีตั้งแต่การหาไอเดีย การหาเวลา เขียนบล็อก การวางแผนสร้างเนื้อหา เป็นลำดับ  เพื่อเป็นแนวทางให้คุณได้เพิ่มเนื้อหากันอย่างสนุกและมีสาระต่อไป


หาไอเดีย แรงบันดาลใจ เขียนบล็อก


จะเขียนบล็อกอะไรดี ?  คำถามนี้มักเกิดกับทุกท่านที่ไม่มีประสบการณ์กับสิ่งหนึ่งสิ่งใดเพียงพอ เราจึงไม่มีความรู้เพื่อจะเขียนอะไรเกี่ยวกับสิ่งนั้น  วิธีแก้ไขมีดังนี้ครับ

ทำ Reserch

ดูเหมือนเป็นเรื่องยุ่งยากครับ แต่ผมขอแนะนำให้ทำ Reserch ค้นคว้าข้อมูลในหัวข้อที่ท่านไม่ถนัดซักระยะหนึ่ง แล้วค่อยตัดสินใจครับว่าจะ เขียนบล็อก ด้วยเนื้อหาแบบนี้ในระยะยาวได้รึเปล่า

แนะนำ : การหา Niche เหมาะๆเพื่อสร้างเนื้อหาให้กับ Blog

เขียนจากสิ่งใกล้ตัว

ไม่มีอะไรเหมาะสมเท่ากับประสบการณ์ตรงอีกแล้ว แต่ที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือเรื่องใกล้ตัว เรื่องของเพื่อน ของแฟน ของญาติพี่น้อง  ประสบการณ์จากการอ่าน หรือสิ่งของใกล้ตัวที่มีความโดดเด่นมีเอกลักษณ์ ก็สามารถนำมาใช้เขียนบล็อกได้เป็นอย่างดี


เขียนวัตถุประสงค์


เขียนวัตถุประสงค์ลงในสมุด.. สิ่งนี้อาจจะเป็นหัวข้อที่บางท่านผ่านเลยไปเพราะได้คิดไว้ในหัวอยู่แล้ว แต่อย่าเพิ่งครับ… เชื่อผมเถอะว่าการจดลงไปในสมุดนั้นมีข้อดีกว่าก็คือ อย่างแรกท่านสามารถย้อนกลับมาดูได้หากลืม ข้อที่สองก็คือท่านสามารถเพิ่มเติมรายละเอียดที่นึกเพิ่มขึ้นได้ในภายหลังได้อย่างสะดวก

วัตถุประสงค์จะช่วยให้เราจัดการเพิ่มเนื้อหาได้อย่างถูกต้อง

เขียนวัตถุประสงค์ว่าทำไมต้องการเขียนบล็อกเนื้อหาแบบนี้  แล้วเริ่มขั้นตอนต่อไปกันเลยครับ…..


กำหนดเวลาเขียนบล็อกให้ชัดเจน


การเขียนบล็อกอย่างต่อเนื่องนั้นต้องการวินัยที่ดี และวินัยที่ดีนั้นเกิดจากการกำหนดตารางเวลาทำงานให้ชัดเจน

เขียนตารางเวลาการทำงานใส่กระดาษแปะไว้ชัดๆตรงโต๊ะทำงานหรือหัวนอน  คงไม่มีใครที่ทำตามเวลาได้เป๊ะๆ แต่พอท่านระลึกได้ท่านก็สามารถเหลือบดูตารางที่ทำไว้  งานก็จะเดินไปได้ด้วยดีด้วยวินัยการทำงานที่ถูกต้อง


กำหนดเส้นตาย


การทำงานทุกอย่างนั้นถึงแม้ท่านจะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน อย่างเช่นการเขียนบล็อกก็ตามที  ท่านต้องกำหนดเส้นตาย

การที่เขียนไปตามยถากรรม ตามอารมณ์ เสร็จเมื่อไรก็เมื่อนั้น จะทำให้งานที่ควรเสร็จกลับถูกถ่วงออกไป  ผมเข้าใจครับว่าบางทีอารมณ์ศิลปินไม่เข้าสิงก็ไม่อยากขยับปากกาเลย แต่นั่นเป็นความเข้าใจผิดครับ blogger มืออาชีพเขาจะไม่รอให้เวลาเหมาะสมครับแต่เขาจะเป็นผู้กำหนดมันขึ้นมาเอง


เขียนบล็อกก่อนทำสิ่งใด


ให้การเขียนบล็อกเป็นสิ่งแรกสุดที่ท่านจะทำในตอนเช้า  วางโทรศัพท์ไว้ไกลๆงดดูโทรทัศน์หรือทำสิ่งที่ไม่จำเป็น  มองดูที่ตารางทำงานเหมือนหน้านายจ้างที่กำลังจ้องมองถมึงทึง  รีบเข้าประจำที่แล้วลงมือเขียนบล็อก

การเขียนในตอนเช้าจะสดชื่นกว่า  ทำทุกวันจนท่านรู้สึกไม่ต้องใช้ความพยายามอีกต่อไป


วางแผนเขียนบล็อกแบบ Static 


วางโครงเรื่องของบล็อกทันที หลังจากทราบจุดประสงค์แล้ว  แตก topics ต่างๆออกเป็นส่วนๆ แล้วคำนวณเนื้อหาทั้งหมดว่าจะเขียนกี่บทภายในระยะเวลาหนึ่งเช่น 10 บทใน 1 เดือน, 30 บทใน 2 เดือน  

การกำหนดปริมาณเนื้อหาที่จะเขียนช่วยให้เราแบ่งส่วนต่างๆของเนื้อหาตาม category ได้อย่างสมดุล ไม่หนักไปในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง  และจะช่วยให้เราคาดคะเนเวลาทำงานได้อย่างถูกต้องมากขึ้นด้วย


สร้างเนื้อหาเป็นลำดับแรก


การเริ่มเขียนแต่ละวันให้ท่านจับเอา Title มาแตกหัวข้อต่างๆเป็น h1, h2 ให้ครอบคลุมที่สุด  และเริ่มต้นเขียนไปทีละหัวข้อ การทำอย่างนี้เพื่อจะทำให้ท่านจดจ่อกับเนื้อหา ที่บางครั้งที่เราจะไปสนใจภาพประกอบ วีดีโอ หรือเรื่อง SEO  ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรทำในภายหลัง   อ่าน > เขียนบล็อกให้ลื่นไหล

การใส่ใจกับเนื้อหายังทำให้ท่านไม่ใช้ภาพประกอบที่เกินจำเป็น หรือมุ่งหาโฆษณา affiliate มาแปะจนละเลยงานหลักก็คือการสร้าง Content อย่างต่อเนื่องตามแผนที่วางไว้


ปล่อยงานทิ้งไว้สักอาทิตย์


นักเขียนที่เขียน first draft เสร็จจะไม่รีบร้อนเผยแพร่ผลงาน  บล็อกเกอร์ก็เช่นกันเมื่อกดแป้นพิมพ์คำสุดท้ายบางท่านก็จะรีบเผยแพร่ผลงานทันที  ผมไม่ได้บอกว่าผิดนะครับผมเพียงแต่เตือนว่างานที่ท่านคิดว่าสมบูรณ์แล้วนั้นอาจจะยังไม่ดีพอ  ขอให้ท่านลองทิ้งงานชิ้นที่เพิ่งเขียนเสร็จเรียกว่า first draft ไว้สัก 1 อาทิตย์ หลังจากนั้นจึงนำกลับมาอ่านเพื่อปรับปรุงและก็เผยแพร่  นี่เป็นสิ่งที่คนเขียนหนังสือเล่มหรือ ebook ใช้เป็นหลักการ และเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการเขียนบล็อกได้

จริงอยู่ว่าบล็อกนั้นเป็นสิ่งที่สามารถกลับไปแก้ไขได้มากครั้งเท่าที่ต้องการ  แต่จะไม่ดีกว่าหรือถ้าท่านแก้ไขให้ดีที่สุด โดยไม่ต้องกังวลเมื่อกำลังสนุกกับการเขียนหัวข้อใหม่ๆอยู่


Revise พร้อม Optimize


เมื่อผ่านไปสัก 1 อาทิตย์แล้วลองหยิบงานที่พักเอาไว้นั้นขึ้นมาอ่านดูใหม่  ท่านจะแปลกใจที่บางครั้งงานไม่ได้ดีเหมือนที่รู้สึกในตอนแรกหลังจากเสร็จ first draft ใหม่ๆ  อ่านทวน, revise, ปรับปรุงจนกว่าจะพอใจ 

ในขณะเดียวกันถ้าหากท่านมีความรู้ทางด้าน SEO ก็สามารถแทรก keyword ที่เหมาะสมเข้าไปในขั้นตอนนี้ได้เลย


เผยแพร่อย่างเป็นระบบ


เมื่อบทความเสร็จสมบูรณ์แล้ว ก็ถึงขั้นตอนต่อไปคือการเผยแพร่ผลงาน  สำหรับขั้นตอนนี้นั้นท่านสามารถตั้งการโพสบทความแบบอัตโนมัติได้ เพื่อจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องความเหมาะสม  โดยในระยะแรกอาจโพสต์ทุกวันๆละ 1 บทความ พอบล็อกโตขึ้นจนมีบทความ 30-40 ตอน ก็สามารถชะลอให้โพสต์อาทิตย์ละ 2-3 บทความก็เพียงพอ 

การโพสต์ถี่เกินไปเช่นวันละ 2-3 ครั้งนั้นมักดูไม่ดีในสายตาของกูเกิ้ล ที่ชอบบล็อกที่โตแบบธรรมชาติมากกว่า


สรุป


การเขียนบล็อกนั้นแทบไม่ต่างจากการเขียนแบบอื่นๆ เพียงแต่การเขียนบล็อกนั้นมีลักษณะเป็น dynamic คือควรมีการอัพเดทบทความใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอ

การที่บล็อกจะเติบโตได้นั้นต้องอาศัยปัจจัยที่เกื้อหนุนกันระหว่างคนเขียนที่ต้องวางแผน มีวินัยในการทำงานอย่างเป็นระบบ  กับคนอ่านบล็อกที่จะได้ประโยชน์จากงานเขียนที่มีคุณภาพ และพร้อมจะสนับสนุนหรือแชร์ให้บล็อกได้เป็นที่รู้จักและเติบโตต่อเนื่องไป

อ่านเพิ่มเติม : เขียนบทความแบบ Storytelling ให้สนุกเหมือนเล่านิทาน

Copywriting คืออะไร แตกต่างยังไงกับ Content SEO

Leave a Comment