blog ฟรีที่นิยม

9 blog ฟรียอดนิยม เพื่อการสร้างบล็อก เขียนบล็อก อย่างมีประสิทธิภาพ

ท่านนักเขียนบล็อกหลาย ๆ ท่านคงเคยผ่านประสบการณ์ในการเขียนบทความ หรือเขียนบล็อกมาไม่มากก็น้อย ผมก็เป็นคนหนึ่งเช่นกัน  แต่ก็มีนักเขียนบางท่านที่อาจจะไม่รู้หรือใหม่ต่อการเขียนบล็อก

ในบทความนี้ผมจะมาแนะนำบล็อกยอดนิยมทั้ง 9 แห่งที่เปิดให้ใช้งานฟรี   บล็อกฟรีนั้นถึงแม้จะมีข้อจำกัดอยู่บ้างก็จริง แต่ถ้าเราใช้งานให้ถูกวัตถุประสงค์ก็สามารถที่จะใช้งานได้เทียบเท่าบล็อกเสียตังค์(self-hosted)เลยทีเดียว และนี่เป็นบล็อกต่าง ๆ ทั้ง 9  รวมถึงลักษณะการใช้งานให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ต่าง ๆ

1. Maggang ( blog ฟรีที่นิยม เขียนเพื่อหารายได้ )

การสร้างบล็อก สำหรับทุกสาขาอาชีพ : คู่มือฉบับสมบูรณ์

maggang.com


บล็อกแจกฟรีที่ชื่อว่า Maggang นี้เป็นตัวหนึ่งที่ประทับใจผมเลยทีเดียว ในแง่ของหน้าตารูปลักษณ์ที่มีความโดดเด่นไม่น้อย  การใช้งานก็ง่ายดายแค่สมัครด้วย email หลังจากยืนยันตัวตนแล้วท่านก็จะได้เป็นเจ้าของบัญชีที่สามารถเปิดบล็อกเพื่อเขียนเนื้อหาได้ทันที

Maggang นั้นเป็นเว็บในเครือ Pantip.com และทำออกมาได้สมกับเป็นเว็บบอร์ดแนวหน้าของเมืองไทยจริง ๆ  

ข้อเด่น: ของ Maggang นั้นคือเป็นบล็อกที่มีความเป็น variety คือสามารถนำเสนองานได้ในทุกๆแนวไม่จำกัด  ส่วนข้อดีอีกข้อก็คือมีช่องทางการหารายได้ที่ชัดเจน ทั้งส่วนที่แบ่งให้กับ Maggang กับส่วนของนักเขียน  

ข้อด้อย: นั้นก็อาจจะเป็นในส่วนของการตกแต่งบล็อกซึ่งยังไม่มีฟังก์ชั่นให้เลือกมากเท่าไร 

เหมาะสำหรับ: นักเขียนบล็อกที่ไม่ชอบการตั้งค่าอะไรที่วุ่นวาย โดยในส่วนของ Maggang ก็จะมีการทำ SEO ให้อัตโนมัติอยู่แล้ว

2. Storylog ( blog ฟรีสุดฮิต สำหรับคนขี้เหงาชอบเล่าเรื่อง )

storylog.co


ลักษณะของบล็อก Storylog เปรียบเทียบก็เหมือน Diary Online เพราะชื่อบล็อกก็บ่งบอกอยู่แล้ว เป็นอีกแพล็ตฟอร์มหนึ่งที่มีหน้าตาสีสันสุภาพ  มีการใช้งานที่น่าสนใจ

ข้อเด่น: Storylog มีความเรียบง่ายน่าใช้เหมาะสำหรับเขียนบรรยายความรู้สึก หรือประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน ข้อเด่นอีกอย่างก็คือเป็นแพล็ตฟอร์มของคนไทยที่มีผู้ใช้งานหลายหมื่นคน

ข้อด้อย: ไม่มีฟีเจอร์สำหรับผู้ที่ต้องการเขียนเพื่อสร้างรายได้  และสีสันจะดูจืดไปสักหน่อย

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ไม่อยากวุ่นวายกับการสร้างบล็อกอย่าง Blogger หรือ WordPress  หรือผู้ที่อยากเขียนเล่าประสบการณ์แบบง่าย ๆ ไม่เหมาะสำหรับ blogger ที่ต้องการสร้างรายได้อย่างจริงจัง

3. WordPress ( blog ฟรียอดนิยม มากที่สุด )

wordpress.com


WordPress.com เป็น blog ฟรีที่นิยม แพล็ตฟอร์มแรก ๆ ที่เกิดมาในเวลาไล่เลี่ยกับ Blogger.com  ลักษณะหน้าตานั้นสวยงามสะอาดตา ส่วนการตั้งค่าปรับแต่งนั้นค่อนข้างยาก หากเป็นผู้ที่ไม่คุ้นเคยอาจถึงขั้นหงุดหงิดได้เลยที่เดียว

ข้อเด่น: ของ WordPress นั้นคือสามารถจดโดเมนของตัวเองได้  หรือยิ่งกว่านั้นถ้าอยากได้เว็บมืออาชีพแบบเต็มสูบ ท่านก็สามารถเช่าโฮสและใช้บริการ WordPress.org  ที่มีปลั๊กอินฟรีให้เลือกมหาศาล ข้อดีอีกข้อนั้นคือ WordPress นั้นเป็นบล็อกแบบ CMS จึงสามารถทำอันดับใน google ได้เป็นอย่างดี

ข้อด้อย: ก็คือการตั้งค่าต่าง ๆ ค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร  

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่เขียนบล็อกมาระยะหนึ่ง เข้าใจองค์ประกอบการตั้งค่าต่างๆพอสมควร แต่ไม่เหมาะกับบล็อกเกอร์มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น

7 เคล็ดลับเขียน blog ยังไงให้น่าสนใจ

4. Medium ( บล็อกฟรี แบบมีระดับ )

medium.com


เป็น app เขียนบล็อกจากต่างประเทศที่มีคนนิยมใช้กันทั่วไลก Medium เป็น app ที่ดูเป็นมืออาชีพ สามารถเขียนและแชร์เรื่องราวได้ในรูปแบบบทความ หรือเป็นซีรี่ย์  Medium นั้นเปิดให้ใช้บริการทั้งแบบฟรีและแบบเสียค่าสมาชิกรายเดือนประมาณ 170 กว่าบาท  

ข้อเด่น: สวยงาม ใช้งานง่าย เป็นชุมชนที่ใหญ่ มีข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์มากมาย

ข้อด้อย: ต้องเสียค่าสมาชิกเพื่อเขาถึงฟีเจอร์บางอย่างเช่น การอ่านบทความแบบไม่จำกัด หรือการได้เห็นฟีเจอร์ใหม่ ๆ ก่อน

เหมาะสำหรับ: เหมาะกับใครก็ได้ที่อยากบล็อก ถ้าไม่ติดใจที่ต้องเสียค่าสมาชิกเล็กน้อย เพื่อความเป็นมืออาชีพ

5. Blogger ( blog ฟรี อายุไม่ใช่น้อยจาก google )

blogger.com


บล็อกเกอร์เป็น blog ฟรีที่นิยม ที่มี google เป็นเจ้าของ  เป็นแพล็ตฟอร์มแรก ๆ ที่เกิดขึ้นมาไล่เลี่ยกับ WordPress และก็ต่อสู้กันมาตลอดว่าใครดีใครอยู่เลยทีเดียว 

ข้อเด่น: คือมีธีมสวย ๆ ให้เลือกมากมาย  การตั้งค่านั้นก็ค่อนข้างง่ายเลยทีเดียว  และการใช้งานก็ง่ายดายไม่ซับซ้อน

ข้อด้อย: ก็คือ Feature ที่ไม่ได้มีให้เลือกมากมายนัก ปรับแต่งไม่ไดดังใจเท่าไหร่หากต้องการสร้างบล็อกแบบเต็มรูปแบบโดยเฉพาะแบบ ecommerce

เหมาะสำหรับ: ท่านที่ชอบเขียน diary ออนไลน์หรือทดลองโครงการอะไรบางอย่าง แต่ไม่เหมาะกับมืออาชีพที่ต้องการปรับแต่งโครงสร้างได้อย่างเต็มที่

6. Blockdit ( app บล็อกฟรี มาแรงแซงทางโค้ง )

blockdit.com


Blockdit เป็นอีกแพล็ตฟอร์มหนึ่งของคนไทยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว  มีอินเตอร์เฟซที่สวยงามน่าใช้ มีเอกลักษณ์แปลกตาไม่เหมือนใคร

ข้อเด่น: นักเขียนสามารถหารายได้จากบล็อกที่มีผู้ติดตามถึง 1,000 คนขึ้นไป ข้อเด่นอีกประการก็คือข้อความแต่ละบรรทัดมีลักษณะเป็นบล็อกคล้ายคนกำลังสนทนากัน ซึ่งดูแปลกตาน่าสนใจมาก

ข้อด้อย: เนื่องจากเป็นแพล็ตฟอร์มที่สร้างขึ้นมาทำงานบน app มือถือ ดังนั้นหากเปิดบนเบราเซอร์ก็จะไม่ได้ฟีเจอร์ที่ครบถ้วน

เหมาะสำหรับ: ผู้เริ่มต้นหรือกระทั่งบล็อกเกอร์มืออาชีพ เพราะมีผู้ติดตามเป็นตัวคอยวัดคุณภาพของเนื้อหา ที่จะนำมาซึ่งการสร้างรายได้หรือไม่

7. Wix ( เรียบง่ายแบบไม่ธรรมดา )

wix.com


เป็นแพล็ตฟอร์มระดับโลกที่โด่งดังมาหลายปีแล้ว มี Package ฟรีและจ่ายเงินเพื่อลูกเล่นที่เพิ่มมากขึ้น  wix เป็นแพล็ตฟอร์มที่สามารถจัดการได้ง่าย สำหรับผู้ที่ชอบเว็บที่ดูดี สวยงาม สะอาดตา โดยสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้อย่างสะดวก ไม่ได้มีขั้นตอนอะไรซับซ้อนมากนัก

ข้อเด่น: ข้อดีของ Wix ที่เห็นชัดๆก็คือความสวยงาม ดูดี โดยมี theme สำเร็จรูปสำหรับสร้างเว็บไซท์ในกมวดหมู่ต่าง ๆ อย่างครอบคลุม  Wix ยังสามารถจด Domain ของตัวเองได้ด้วย หรือถ้าอัพเกรดเป็น premium ก็จะมีพื้นที่จัดเก็บหรือ Theme ที่เพิ่มมากขึ้น

ข้อด้อย: การปรับแต่งสะดวกสบายก็จริง แต่ก็อยู่ในขอบเขตของการใช้งานระดับปกติ ยังไม่ใช่ระดับสูง

เหมาะสำหรับ: บล็อกที่เน้นความสวยงาม ความลื่นไหลในการเปิดหน้าเพจประเภท ร้านค้า ecommerce, บล็อกแนว fashion  หรือถ้าอยากทำแบบมืออาชีพก็สมัครแพลน Premium ที่มีราคาต่อเดือนเพียง 400 บาท

8. Tumblr ( สนุกสนานกันได้ทุกหัวข้อ )

tumblr.com


Tumblr อ่านว่า ทัมเบล่อร์ มีลักษณะเป็น ‘micro blog’  ที่คล้าย twitter ผสมกับ wordpress โดยแพล็ตฟอร์มนี้นั้นสามารถรีบล็อกได้  อีกทั้งยังสามารถโพสต์ภาพเคลื่อนไหวหรือวีดีโอได้เป็นอย่างดี เพิ่มเติม

ข้อเด่น: มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ง่าย ดูไม่รกรุงรัง  และด้วยความที่เป็นไมโครบล็อก content ต่างๆจึงดูกะทัดรัด มีเอกลักษณ์น่าติดตาม

ข้อด้อย:  เนื่องจากเป็นลักษณะ micro blog สำหรับผู้ที่ชอบธีมแบบอลังการก็อาจจะไม่ถูกใจนัก 

เหมาะสำหรับ: บทความที่มีภาพประกอบที่สะดุดตา หรือภาพเคลื่อนไหวแบบ Gif ที่จะช่วยให้บทความดูน่าสนใจขึ้นอีกมาก

9. Facebook ( ฟรีบางอย่าง แต่ยังเป็นอมตะนิรันด์กาล )

facebook.com


สำหรับการเขียนเนื้อหาลงใน Facebook ก็เป็นสิ่งคุ้นเคยสำหรับคนส่วนมากอยู่แล้ว ซึ่งการใช้ Facebook สำหรับสร้างสรรค์เนื้อหานั้นมีข้อเด่นข้อด้อยอย่างไร เรามาดูกันครับ

ข้อเด่น: ที่เห็นชัดๆเลยอย่างแรกก็คือ ความง่ายในการใช้งาน Facebook นั้นสามารถใช้ได้ดีทั้งบน app และ บน brouser ที่ไม่ใช่ทุกแบรนด์จะสามารถทำงานได้อย่างดีบนทั้งสองแพลตฟอร์ม  ข้อเด่นประการต่อมาก็คือความสะดวกในการแชร์ เนื่องจาก Facebook ได้รับความนิยมทั้งโลก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายดายที่จะหาปุ่มแชร์ได้จากทุกหนทุกแห่ง

ข้อด้อย: ความที่เฟซบุ๊กมีคนใช้เป็นร้อยล้านดังนั้นบางครั้งจึงเกิดอาการ Lag หรือ ล่มบ่อย ๆ  อีกประการก็คือความสามารถในการเข้าถึงเนื้อหาของผู้ติดตามได้ถูกปรับลดลงเหลือไม่ถึง 1% เพื่อเหลือที่ไว้ให้กับผู้เสียเงินลงโฆษณา

เหมาะสำหรับ: การเขียนบทความแบบแค็ปชั่น หรือแชร์บทความมาจากที่อื่น จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดก็ต่อเมื่อเสียเงินบูสท์โพสต์เป็นครั้งคราว


สรุป


การสร้างบล็อก หรือเริ่มเขียนบล็อกจากแพล็ตฟอร์มไหนก็ตามที  สิ่งสำคัญคือแนวคิดที่เหมาะสมรวมถึงเป้าหมายที่แน่ชัด ซึ่งจะช่วยในเรื่องการนำเสนอเนื้อหาได้อย่างเหมาะสมต่อเนื่อง  อีกอย่างการสร้างบล็อกนั้นไม่ควรหวังผลเร็วเกินไป อย่างต่ำก็ให้มีระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี และก็ต้องมีบทความดี ๆ คอยอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ

แนะนำ: 12 บล็อกหาเงินให้กับคุณแม่สายแข็ง

Ebooks เพื่อนักสร้างบล็อกมืออาชีพ >> สนใจคลิ๊ก



Leave a Comment