ทำงานอย่างไรให้สนุก เปี่ยมด้วยพลัง


ในวันหนึ่ง ๆ เราทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน ดังนั้นการจัดสรร
เวลาให้เหมาะสมจึงต่างกันไปในแต่ละคนแต่ละครอบครัว

แต่ถึงแม้เราจะจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้ดีแค่ไหนก็ตามก็เหมือนกับอะไร ๆ ก็ไม่เป็นดั่งใจ

ในบทนี้นั้นผมจะมาแชร์วิธีการที่จะช่วยให้ท่านปรับมุมมองเดิม ๆ เป็นมุมมองใหม่ที่กว้าง สดใสขึ้น ในการที่จะเติมเต็มการทำงานให้สมบูรณ์ขึ้น ขจัดความหงุดหงิดกวนใจออกไป


แล้วจับงานขึ้นมาทำด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน เมื่อนั้นวิธีการที่ถูกต้องก็จะตามมา และการงานก็จะกลายเป็นเรื่องสนุกสนาน เปี่ยมด้วยพลังขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ


รักษาความสมดุลใน 3 จุด (จุดเริ่มต้นวิธีการและเป้าหมาย)

เมื่องานเริ่มเข้าสู่ความจำเจ อาการที่ถ้าหากคุณทุกคนสังเกตให้ดีก็คือ

  •  อยากทำให้เสร็จเร็ว ๆ จะได้รีบเลิกไปทำอย่างอื่น  
  • หยุดพักบ่อย ๆ เดินไปชงกาแฟ ไปเข้าห้องน้ำ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูบ้าง
  • การทำงานไม่ลื่นไหลรู้สึกกดดัน
  • รู้สึกว่างานไม่เดินไปข้างหน้า


ความจำเจอาจเกิดกับงานประจำ งานเสริม หรืองานอดิเรกที่คุณรักก็ได้  ความจำเจอาจผสมกับอารมณ์เบื่อ, เครียด  ซึ่งถ้าเราหาวันว่าง ๆ นั่งทบทวนอย่างมีเหตุผลก็จะพบสาเหตุและสามารถหาวิธีแก้ไขได้  และหนึ่งในสาเหตุของความจำเจไม่สนุกในการทำงานก็คือการเสียสมดุลในตัวคุณเอง

จุดเริ่มต้น ก็คือ ไอเดีย คุณค่าของงาน 

จุดที่สองก็คือ วิธีการ แผนงานต่าง ๆ 

จุดที่สามก็คือ เป้าหมาย ผลตอบแทนที่ต้องการ

หากคุณเริ่มไม่สนุกกับงานลองหันมาทบทวนสามจุดนี้ว่าคุณได้คุณค่าอะไรจากการทำงานชิ้นนี้  ใครจะได้ประโยชน์แค่ไหนบ้าง  หรือแผนงานที่คุณวางไว้เข้มงวดเกินไปรึเปล่า  หรือคุณวางเป้าหมายเกินตัวไปรึเปล่า  ลองเช็คจุดเหล่านี้ ปรับให้แผนงานหรือเป้าหมายไม่ยากจนเกินไปจนทำให้คุณกลับมารู้สึกสนุกกับงานอีกครั้ง


ให้งานเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก

ถ้าไม่นับเรื่องส่วนตัวหรือการรับผิดชอบครอบครัวการยกให้งานเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกเป็นสิ่งจำเป็น  ผมเข้าใจดีว่าการได้หยุดพักผ่อนนั้นเป็นเรื่องจำเป็น  แต่การที่คุณโฟกัสงานเป็นลำดับแรก ๆ ของชีวิตจะทำให้งานนั้นมีคุณค่าไปโดยปริยาย

การรู้คุณค่าของการทำงานทำให้คุณเหมือนได้พักผ่อนในขณะทำงาน  เพื่อนหรือคนรักจะมองคุณเปลี่ยนไป แทนที่จะเครียดกับผลลัพธ์คุณกลับรู้สึกสนุกและอยากจะเริ่มงานอยู่เสมอ  ใครจะว่าคุณบ้างานก็ช่าง  แค่ใจคุณรู้สึกมีความสุขที่ได้ทำงานไปเรื่อย ๆ ก็พอ


แยกงานกับเงิน

เป็นสิ่งที่ยากพอสมควรที่จะไม่ให้คนปกติคิดเรื่องรายได้แต่ว่าการแยกการทำงานออกจากผลลัพธ์คือเรื่องเงินทองหรือคำชมอะไรก็แล้วแต่เป็นเรื่องจำเป็น  คุณอาจจะรู้สึกเบื่ออยู่แล้วและก็จะเริ่มเบื่อมากขึ้นในแต่ละปีที่ผ่านไป  การคิดถึงตัวเงินทำให้คุณโฟกัสผิดจุดและความเครียดก็เกิดขึ้น

คุณรู้อยู่แล้วว่าหากงานดีเงินหรือคำชมที่เป็นผลพลอยได้ก็จะตามมา  หากคุณโฟกัสที่เงินนั่นสะท้อนให้เห็นว่าคุณต้องทำงานเพื่อให้ถูกใจใครหลาย ๆ คนซึ่งนั่นเป็นการล็อกเป้าที่ผิดพลาด  หากคุณไม่ได้เป็นลูกจ้างองค์กรหรือบริษัทที่ต้องทำตามคำสั่ง การสร้างงานที่เป็นตัวของตัวเองไม่อิงกระแส  จะทำให้คุณยอมรับกับผลลัพธ์พร้อมเดินหน้าทำงานต่อไปด้วยความเบิกบานใจ

แยกงานกับเงินออกจากกันด้วยวิสัยทัศน์ที่ดี  มองงานเป็นเหมือนสิ่งประดิษฐ์ที่คุณกำลังจะลงแรงและไม่ว่าผลตอบแทนจะเป็นอะไรย่อมคุ้มค่าเสมอ  เงินเป็นดั่งโบนัสในความพยายามเพื่อสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาด้วยความเอาใจใส่  และเมื่อคุณมองงานแยกกับเงินการทำงานก็จะเบิกบานเพราะคุณรู้แน่แล้วว่างานเป็นสิ่งที่เป็นผลตอบแทนในตัวมันเอง


รู้จักบริหารงานให้เหมาะกับช่วงเวลา

ผมเคยเขียนไว้ในบทก่อน ๆ เหมือนกันเรื่องการเลือกเวลาทำงาน  หากท่านเป็นฟรีแลนซ์หรือทำอาชีพส่วนตัวการบริหารเวลาเป็นเรื่องสำคัญ  และการหาเวลาให้งานต่าง ๆ อย่างเหมาะสมเป็นเรื่องที่ควรโฟกัส  หากคุณรู้สึกเบื่อเป็นไปได้ที่ลักษณะงานไม่เหมาะสมกับเวลา  ลองอ่าน: เส้นตายกับตารางการทำงาน อุปสรรคหรือตัวช่วยให้เป้าหมายบรรลุ

ลองเปลี่ยนแปลงเวลาในการทำงานประเภทต่าง ๆ เช่นตอนเช้าเคยเขียน ช่วงบ่ายวางแผนงานการตลาด ลองเปลี่ยนเวลากันดู  หรือถ้ามีเวลาว่างช่วงค่ำก็ลองทดสอบดู  การทำงานในช่วงเวลาเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินกับการทำงานมากขึ้น


ถ้าทำแล้วอย่าคิด

ความคิดในเวลาไม่สมควรจะนำมาซึ่งความมุ่งหวังความสำเร็จ และความหมดสนุกในงาน  ลงมือทำตามแผนที่คุณวางด้วยตัวคุณหรือทีมงานมาอย่างดีแล้ว  อีกนัยหนึ่งคุณอาจจะวางแผนได้ไม่รัดกุมพอจึงทำให้กังวลขณะปฏิบัติ

ทิ้งความกังวลในเรื่องเป้าหมายหากเป็นเป็นเป้าหมายระยะยาว ที่จริงคุณสามารถซอยเป้าหมายให้เล็กลงเพื่อง่ายต่อการปฏิบัติ  วางเป้าหมายชั่วครู่โฟกัสงานตรงหน้า 

งานจะให้ความเพลิดเพลินกับคุณก็ต่อเมื่อคุณใส่ใจในเนื้องานมากพอ หยุดกังวลถึงผลลัพธ์หรือผลตอบแทนไว้ชั่วครู่  เมื่อนั้นงานก็จะเติบโตในทิศทางที่เป็นธรรมชาติด้วยความใส่ใจของคุณ


ผ่อนสั้นผ่อนยาว

คงมีบ่อยครั้งที่คุณตั้งเป้าอยากจะเขียนหนังสือสัก 10 หน้า แต่แล้วไม่ว่าจะด้วยสถานการณ์หรืออารมณ์จะพาไปก็แล้วแต่ทำให้คุณไม่สามารถจดจ่อกับงานตรงหน้าได้  ณ เวลานั้นคุณอาจคิดไปว่าทำไมจึงไม่อยากทำ ทำไมงานถึงน่าเบื่อขนาดนี้

ซึ่งบางทีคุณอาจมองสถานการณ์ผิดไป  คุณภาพกับปริมาณควรควบคู่ไปในชิ้นงาน  ซึ่งบางทีคุณภาพอาจหมายถึงการทำ Reserch, ใช้เวลาคิดไตร่ตรอง, การพูดคุยกับผู้มีความรู้, การลองทำอะไรใหม่ ๆ เพิ่มทักษะ  ซึ่งถ้าหากคุณอยากจะเลี่ยงงานเดิม ๆ เพื่อไปพูดคุย หาทักษะใหม่ ๆ ก็ให้รู้ไว้เถอะครับว่า  คุณโชคดี..เพราะสมองคุณกำลังอยากเปิดกว้างรับสิ่งใหม่ ๆ  

และเมื่อคุณเปลี่ยนมุมมองคุณก็จะพบว่างานกำลังเติบโตไปในอีกทิศทางหนึ่ง


ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม

จังหวะการทำงานเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณต้องควบคุมให้ดี  หากขณะงานกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นแต่คุณไปคิดถึงการเติบโต  หรืองานกำลังเติบโตแต่คุณเร่งอยากให้ได้ผลลัพธ์เร็ว ๆ นั่นจะนำมาซึ่งความคิดที่ไม่สมเหตุสมผลและคุณก็จะรู้สึกไม่สนุกกับงาน

การวางแผนงานเป็นเพียงการสร้างเป้าหมายและวางกรอบการทำงานเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมด  หากคุณค่อย ๆ หยิบงานขึ้นมาจัดการไปทีละชิ้นตามเวลา ตามขั้นตอน  หากงานสะดุดคุณก็ยังกลับมาเปลี่ยนแผนการทำงานได้ตลอด

ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงามตามความหมายก็คือ ใช้เวลาอย่างเหมาะสมในแต่ละขั้นตอน  หากงานกำลังมาถึงช่วงสุดท้ายแล้วคุณดันไปคิดถึงการเริ่มต้น หรืองานน่าสนใจอื่น ๆ นั่นก็หมายความว่าคุณเสียจังหวะในการทำงานและความสนุกในงาน


ความไวกับรอบคอบ

หัวข้อนี้เกี่ยวเนื่องกับหัวข้อที่แล้วที่ว่า “ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาน” เพียงแต่เป็นคนละแง่  นักสร้างบล็อกมือใหม่อาจภาคภูมิใจกับผลสำเร็จในระดับหนึ่ง  แต่จากประสบการณ์ของผมแล้วนั้นนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ก็เป็นสิ่งที่เป็นขั้นตอนตามธรรมชาติของการทำงานทุกสาขา

เมื่อคุณเขียน ก.ไก่ เป็นครั้งแรกย่อมสวยไม่เท่าครั้งที่หนึ่งร้อย  เฉกเช่นเดียวกันกระบวนการทำงานเช่นการเขียนโพสต์ไม่ใช่ว่าจะออกมาดีเลิศในการลงมือเพียงครั้งเดียว  การลงมือทำ, แก้ไข, ปรับปรุงอย่างต่อเนื่องถึงจะเกิดความชำนาญและผลงานที่ได้มาตรฐาน และการข้ามขั้นใจร้อนไวเกินไป  เมื่องานไม่ได้ดังใจคุณก็จะท้อและเซ็ง

คุณต้องรอบคอบมากขึ้น และเมื่องานมีความละเอียดขึ้น ความปีติ ความพอใจก็จะเกิดขึ้นในใจของคุณ


ช่างมัน ๆ

ไอเดียต่าง ๆ ที่ผมแนะนำสามมารถนำไปประยุกต์หรือจะจับมัดรวมกันเลยก็ได้ ขึ้นอยู่กับคุณแล้วครับ ว่าจะมองงานแบบไหน  งานทุกชิ้นต่างทีอุปสรรคไปคนละแบบ  และหากคุณใจเย็น ๆ หยิบวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้มาใช้  ส่วนเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ก็ให้ท่องในใจว่าช่างมัน ๆ  แล้วเริ่มวันใหม่ด้วยอารมณ์ที่แจ่มใสต่อไปครับ

Leave a Comment